ไฮเนเก้น เอ็กซ์พีเรียนซ์ (Heineken Experience) แฟชั่นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่ต้องการเชื่อมต่อและมอบประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคชาวไทยผ่านมิติไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เดินหน้าแคมเปญสำหรับชาวออฟฟิศกับ “Afterwork by Heineken Experience” ภายใต้แนวคิดที่อยากจะรีเฟรชทุกเย็นให้สดใหม่ ด้วยการเชิญชวนทุกคนเลิกงานตรงเวลาและออกไปมีชีวิตแบบ Afterwork โดยจัดพื้นที่ “Co-Afterwork Space” เข้ามาสร้างสีสันให้กับชาวออฟฟิศใจกลางเมือง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ EM TOWER at EMSPHERE

Heineken Experience ต้องการนำเสนอมุมมองของ Quality Socializing พร้อมกับความเชื่อของแบรนด์ที่ว่า “The more refreshing your social life, the more rewarding” สะท้อนวิถีชีวิตของคนทำงานยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพจากการมี Work-Life Balance และมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมและกลุ่มคอมมูนิตี้ต่างๆ หลังเลิกงาน เพื่อทำให้คุณค่าของโมเมนต์หลังเลิกงาน (Afterwork Moment) เป็นที่น่าจดจำ พร้อมที่จะรีเฟรชตัวเองเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งใหม่ๆ กับคนรอบข้าง

“Co-Afterwork Space” ของแคมเปญ Afterwork by Heineken Experience เกิดขึ้นจากแนวคิดของการต่อยอดใน Co-Working Space พื้นที่ที่รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนทำงานยุคใหม่ๆ ในปัจจุบัน โดย Heineken Experience เลือกที่จะจัดพื้นที่ในลักษณะนี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครสำหรับชาวออฟฟิศหลังเลิกงาน เป็นพื้นที่ต้นแบบของ Afterwork Lifestyle & Culture ที่จะเข้ามาพลิกโฉมช่วงเวลาตอนเย็นของทุกคน เปิดให้ทุกคนได้มา Networking & Socializing กับคนกลุ่มใหม่ๆ ในคอมมูนิตี้ของคนที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ และประสบการณ์สุดพิเศษร่วมกัน

Co-Afterwork Space by Heineken Experience พื้นที่สุดรีเฟรชที่มัดรวม 3 ไลฟ์สไตล์ไว้ใน 1 โลเคชั่น

การรีเฟรชไวบ์หลังเลิกงาน Heineken Experience ได้เนรมิต Co-Afterwork Space ในพื้นที่ใจกลางเมืองให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สำหรับชาวออฟฟิศที่ครอบคลุมทั้งในด้านการกินดื่ม Dine & Drink การจัดแสดงทัศนศิลป์ Visual Art รวมไปถึงการแสดงดนตรีในรูปแบบของ DJ Booth & Music Room ที่ประสานกันแบบลงตัวไม่ซ้ำแบบใคร

โดยชาวออฟฟิศที่เลิกงานตรงเวลาและมาร่วมงานได้ก่อน จะได้รับสิทธิพิเศษผ่านกิจกรรม First Card, First Serve เพียงแค่นำนามบัตรของตัวเองมาแลกให้ทัน 100 คนแรก ก็จะได้รับ Special Treats เป็นเมนูสุดพิเศษ

สำหรับไฮไลท์ของโซน Dine & Drink ทุกคนสามารถมารีเฟรชประสบการณ์การกินดื่มแบบ Food Pairing จาก “เชฟอ๊อฟ” อดีตดีไซเนอร์ที่ผันตัวมาเป็นเชฟเจ้าของร้านChef’s Table สุดครีเอทอย่าง SON by THANAมาร่วมสร้างสรรค์ “Refreshing Set Menu” ผ่าน 3 คอร์สเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รังสรรมาอย่างพิถีพิถัน ซึ่งประกอบไปด้วยจานเรียกน้ำย่อย A Bold Refresh “เมล่อนปลาแห้ง (Melon & Grilled Fish Harmony)” จานหลัก Slow Perfection, Bold Finish “แก้มหมูตุ๋นซอสเบียร์ (Braised Pork Cheek in Beer Sauce)” และจานของหวาน A Star Reborn “ขนมลืมกลืนและขนมขี้หนู (Leum Kluen & Khanom Khi Nu)” ที่จะมาตัดรสปิดจบมื้ออาหารสุดรีเฟรชของผู้คนในงาน

ต่อเนื่องด้วยโซนทัศนศิลป์ Visual Art ที่นำเสนอแนวคิดที่สะท้อนความแตกต่างของช่วงเวลางาน (At Work) และช่วงเวลาเลิกงาน (Afterwork) ดึงองค์ประกอบหลักที่อยู่ในชีวิตคนทำงานอย่างภาพสกรีนเซฟเวอร์ (Screen Saver) มาทำให้เป็นศิลปะรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดให้ชาวออฟฟิศที่มาร่วมงานดาวน์โหลดไปใช้เป็นภาพหน้าจอ เตือนให้ตัวเองไม่ลืมที่จะรีเฟรชไวบ์ในช่วงเวลาหลังเลิกงานของทุกๆ วัน นอกจากนี้ยังมี Afterwork Bulletin Board ที่ให้มาพิมพ์ความรู้สึกในโมเมนต์หลังเลิกงานขึ้นจอสกรีนใหญ่ในงาน

และโซน DJ Booth & Music Room ที่ Heineken Experience ชวนทุกคนมารีเฟรชความสดใหม่ทางดนตรีในรูปแบบของ DJ x Vocal โดยได้ดีเจชื่อดัง ได้แก่ LONELY GIRLS CLUB มาสร้างสีสันทางดนตรีร่วมกับนักร้องคุณภาพอย่าง NUMCHA พร้อมกิมมิคพิเศษที่ให้ผู้ร่วมงานทุกคนได้รีเควสเพลงที่ตัวเองอยากฟังให้ดีเจมิกซ์กันแบบสดๆ ในช่วง “DJ Back to Back” ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายก่อนปิดจบงาน Co-Afterwork Space ในแต่ละวัน

ตลอดทั้งปีนี้ ชาวออฟฟิศทุกคนเตรียมพบกับกิจกรรมอีกมากมายจากแคมเปญ Afterwork by Heineken Experience ที่จะทำให้ทุกคนได้มารีเฟรชไวบ์และร่วมโมเมนต์การ Quality Socializing หลังเลิกงานร่วมกัน โดยสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ทางเพจเฟสบุ๊ก Heineken Experience TH