ใครรอดู “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” อยู่ รีบซื้อตั๋วล่วงหน้าจับจองที่นั่งกันได้แล้ววันนี้ เพราะนอกจากความสนุกสุดฮาที่รับประกันเสียงหัวเราะลั่นโรง ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ยังมีความน่าสนใจในอีกหลายองค์ประกอบ โดยเฉพาะด้านงานภาพ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของทีมผู้สร้าง เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นในโลกของสัตว์ ท่ามกลางผืนป่าและธรรมชาติ ซึ่งการใช้ CG รังสรรค์ภาพธรรมชาติให้สมจริงนั้น ไม่ง่ายเลย ยิ่งเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันโทนคอเมดี้ สายลับ ไซไฟ อย่าง Hoppers การทำให้ฉากธรรมชาติมีความสมจริงโดยไม่แย่งซีนตัวละครและเรื่องราว ยิ่งท้าทาย จนเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดด้านงานภาพขึ้นมา เพื่อถ่ายทอดความสมจริงผ่านจอภาพยนตร์ให้มากที่สุด ชนิดที่สายรักธรรมชาติจะต้องประทับใจ

Daniel Chong ผู้กำกับ เผยว่าเขาถูกเตือนตั้งแต่ต้นว่า ธรรมชาติคือสิ่งที่สร้างด้วย CG ได้ยากมาก เพราะโลกกลางแจ้งเต็มไปด้วยรายละเอียดมหาศาล ทั้งพื้นผิว แสงเงา และสิ่งรบกวนสายตา (visual noise) ที่ในความเป็นจริงอาจดูงดงาม แต่เมื่อถ่ายทอดผ่านจอภาพยนตร์แล้วอาจทำให้สายตาผู้ชมไขว้เขวไปจากตัวละคร โจทย์สำคัญจึงเป็น “จะทำอย่างไรให้ธรรมชาติดูสงบ สวยงาม เป็นที่จดจำ และยังคงความรู้สึกสมจริง โดยไม่รบกวนการเล่าเรื่อง”
เพื่อสร้างสมดุลระหว่างตัวละครกับฉากหลัง ฝ่ายวิชวลเอฟเฟ็กต์ที่นำโดย Beth Albright ได้พัฒนาเวิร์กโฟลว์แปรงวาดแบบพิเศษ หรือเครื่องมือแปรงเฉพาะทาง ที่ช่วยให้สามารถใส่ลักษณะของฝีแปรงลงบนโมเดล และลดทอนรายละเอียดของฉากหลัง โดยไม่สูญเสียพื้นผิวและความเข้มข้นของสภาพแวดล้อม เขาอธิบายว่า “เราไม่ต้องการให้สไตล์ภาพของฉากแวดล้อมแตกต่างจากตัวละคร และเราก็ต้องตั้งคำถามว่าจะเลือกเน้นสไตล์ในทิศทางใด เพราะโทนของภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างนอกกรอบ เป็นคอเมดี้แนวหลุดโลกที่คาดเดาไม่ได้ ผสมผสานความเป็นหนังสายลับและมีอารมณ์ไซไฟแฝงอยู่ และท้ายที่สุดเราต้องการพาผู้ชมดำดิ่งเข้าไปในความงดงามของธรรมชาติด้วย”
แต่โลกธรรมชาติเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมาย ซึ่งมีความซับซ้อนในเชิงภาพและยากต่อการนำสายตา ดังนั้นแทนที่จะปล่อยให้ใบไม้ทุกใบเต็มไปด้วยรายละเอียดแบบภาพถ่าย ทีมงานเลือก “ลดรูป” องค์ประกอบธรรมชาติลงให้เรียบง่ายขึ้น แล้วแทนที่ด้วยลวดลายฝีแปรงที่ดัดแปลงมาจากคลังแปรงของ Hye Sung Park ผู้อำนวยการฝ่ายแสงและเงา ซึ่งสร้างต้นแบบไว้ใน Photoshop โดยฝ่ายวิชวลเอฟเฟ็กต์บอกว่า “เราเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเหมือนตราประทับเล็ก ๆ โดยใช้สีจากจุดตัวอย่างแต่ละจุด วิธีนี้ช่วยให้เราลดทอนรายละเอียดทางภาพได้ โดยไม่ต้องเบลอภาพ หรือใส่หมอกและบรรยากาศบดบังฉาก ทำให้ยังคงรูปทรงเงาของตัวละครที่นุ่มนวล มีสัมผัส และชัดเจนในการแสดงอารมณ์” จนได้ผลลัพธ์เป็นภาพธรรมชาติที่ดูนุ่มนวล กึ่ง Impressionistic แต่ยังคงพื้นผิว น้ำหนักแสง และมิติที่สมจริง
Nicole Paradis Grindle โปรดิวเซอร์ กล่าวว่า “เทคโนโลยีฝีแปรงนี้คือพัฒนาการครั้งใหญ่ ช่วยให้ทีมงานสามารถทำให้ฉากหลังของธรรมชาติดูนุ่มลง เพื่อให้ตัวละครโดดเด่นขึ้น แต่ผู้ชมยังคงรู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และทีมแสงของเราก็สามารถปรับจูนมันให้เหมาะกับแต่ละช็อตได้อย่างละเอียด”

นอกจากนี้ อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการถ่ายทอดถิ่นที่อยู่อาศัยของบีเวอร์ให้ถูกต้อง โดยทีมงานได้นำแรงบันดาลใจจากการเดินทางวิจัยที่โคโลราโด ซึ่งพวกเขาได้เห็นบีเวอร์ในสภาพแวดล้อมจริง ร่วมกับ Dr. Emily Fairfax ผู้เชี่ยวชาญด้าน Ecohydrology (การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับระบบสิ่งมีชีวิต) ในพื้นที่ใกล้แม่น้ำ มาสร้างสรรค์ โดยนำโทนเหลือง–ส้มของป่าแอสเพนและป่าสนเข้ามาเติมชีวิตชีวาให้พาเล็ตสีของเรื่อง ซึ่งป่าแอสเพนที่เชื่อมต่อด้วยระบบรากเดียวกันยังสื่อความหมาย สะท้อนธีมสำคัญของภาพยนตร์ นั่นคือ ความเชื่อมโยงระหว่างทุกชีวิต เรียกได้ว่าภายใต้ความสวยของงานภาพ ยังมีสารสำคัญซ่อนอยู่ด้วย

เตรียมไปผจญภัยหลุดโลกกับสายลับบีเวอร์ และดื่มด่ำกับความงามของผืนป่าที่สวยสมจริงในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใน “Disney & Pixar’s Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์” ซื้อตั๋วล่วงหน้าวันนี้ แล้วรอขำจนปอดโยกได้เลย เข้าฉายจริง 5 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ทั้งในระบบปกติ และระบบ IMAX, 4DX, Dolby Vision+Atmos, Zigma Cinestadium และ MX4D แต่ถ้าอยากฮาก่อน Hoppers มีข่าวดี เปิดรอบพิเศษให้ดูก่อนใครในวันที่ 3 มีนาคมนี้ เช็กสาขาและรอบฉายได้ที่เว็บไซต์โรงภาพยนตร์
โซเชียลมีเดีย:
X: @DisneyStudiosTH
Instagram: @disneystudiosth
Facebook: @WaltDisneyStudiosTH
Youtube: @waltdisneystudiosth
