• SLD ชิมลางเมืองแฟชันระดับโกลบอล จับมือ Yingliang Group และ YARDCOM รุกขยายพอร์ตโฟลิโอใหม่ ผ่านดีไซน์ที่สะท้อนจังหวะและความพลิ้วไหวของธรรมชาติ
  • ครั้งแรก! กับการเดบิวต์ผลงานการออกแบบของตกแต่งบ้านระดับไฮเอนด์คอลเล็กชันใหม่สไตล์แดนมังกร ร่วมกับ Moorgen และ Sahrai Milano ตอกย้ำศักยภาพการสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกไร้พรมแดน

สตีฟ เหลียง ดีไซน์ กรุ๊ป (Steve Leung Design Group หรือ SLD) ผู้นำด้านการออกแบบภายในระดับโลกสัญชาติฮ่องกง เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านความร่วมมือกับ 4 พาร์ตเนอร์ชั้นนำ ใน Milan Design Week 2026 ได้แก่ LIANG LIVING ไลฟ์สไตล์แบรนด์รูปแบบใหม่ ที่ร่วมพัฒนากับ Yingliang Group ผู้นำธุรกิจด้านหินจากจีน และ Landscape คอลเลกชันชิ้นงานเอาต์ดอร์ที่พัฒนาร่วมกับ YARDCOM จัดแสดงในนิทรรศการ “Ode to Nature Design” ณ สตูดิโอ SLD • Andrea Bonini พร้อมกันนี้ได้เปิดตัว Godere โคมไฟอัจฉริยะดีไซน์ใหม่ ผลงานการคอลแล็บกับ Moorgen และ “Traces of Order”คอลเลกชันพรมที่ออกแบบร่วมกับ Sahrai Milano ณ โชว์รูมในมิลาน ตอกย้ำศักยภาพการเป็นผู้นำของ SLD ในการสร้างสรรค์งานออกแบบที่เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ในระดับโลกอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการผสานศาสตร์ความงามของตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

นายสตีฟ เหลียง ผู้ก่อตั้งสตีฟ เหลียง ดีไซน์ กรุ๊ป (SLD) กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านการออกแบบภายในและผลิตภัณฑ์ SLD ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์ดีไซน์ที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ยังก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการพัฒนาผลงานด้วยการทลายกรอบของแนวคิดแบบเดิม ด้วยการผสานรากฐานการดีไซน์อันแข็งแกร่งสไตล์จีนและตะวันออกเข้ากับตะวันตกเพื่อยกระดับผลงานสู่ระดับสากล

ในโอกาสนี้ SLD ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอสู่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งการออกแบบของโลก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางสำคัญที่หลอมรวมวัฒนธรรมจากมั่วทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดย SLD • Andrea Bonini ในเมืองมิลาน ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือทั้งในระดับข้ามทวีปและข้ามวัฒนธรรม ผสานรากฐานอันทรงคุณค่าจากโลกตะวันออกเข้ากับมุมมองแบบตะวันตก เพื่อยกระดับงานออกแบบร่วมสมัยให้เปี่ยมด้วยมิติทางวัฒนธรรมและความงามในระดับสากล สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ SLD ในการบุกเบิกนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตระดับลักชัวรีแห่งอนาคต ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความหลากหลาย เปิดกว้าง และล้ำสมัย พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ที่ผสานความงดงามแบบตะวันออกมาบรรจบกับตะวันตก หรือ East-meets-West สู่ระดับโลก

ไฮไลต์การจัดแสดงในนิทรรศการ Ode to Nature Design

I. Yingliang Group x Steve Leung เปิดตัว LIANG LIVING นิยามใหม่ของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก

บทกวีจากศิลาที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ

Yingliang Group ร่วมกับ SLD เปิดตัว LIANG LIVING แบรนด์ไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่สู่เวทีโลก ณ SLD • Andrea Bonini โดยต่อยอดศักยภาพของหินคุณภาพระดับพรีเมียมจาก Yingliang ผสานเข้ากับงานคราฟต์อันประณีต และความมุ่งมั่นร่วมกันในด้านความงดงามของวัสดุและความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการออกแบบร่วมสมัย ตีความ “หินธรรมชาติระดับพรีเมียม” ขึ้นใหม่ พลิกโฉมจากวัสดุหลักในการก่อสร้าง สู่การเป็นเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะที่ควรค่าแก่การสะสม ซึ่งผสานเข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับศักยภาพของหินธรรมชาติสู่มิติใหม่ของการอยู่อาศัยแบบโมเดิร์น

                ทั้งนี้ สตีฟ เหลียง ในฐานะที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลกและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบแห่ง SLD ยังได้คัดสรรและพัฒนา 4 คอลเลกชันหลักในนิทรรศการ Crafted by Nature” โดยมีพันธมิตรสำคัญร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ได้แก่ อันเดรีย โบนินี (Andrea Bonini) ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอิตาลี พาร์ตเนอร์ของ SLD • Andrea Bonini และวูดดี เหยา (Woody Yao) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ KTWY จากอังกฤษ โดยนำเสนอผลงานการผสานแนวคิดปรัชญาตะวันออก ความหรูหราแบบเรียบง่ายสไตล์อิตาเลียน และความเฉียบคมของพาราเมตริก ผ่านประติมากรรมหินที่ถ่ายทอดและเชิดชูความงดงามของธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง

  • LIANG LIVING ปรัชญาแห่งการเปลี่ยนแปลง คือจิตวิญญาณของศิลา

                ผลงานของสตีฟ เหลียง ภายใต้แบรนด์ LIANG LIVING ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญา “การเปลี่ยนแปลง” จากคัมภีร์อี้จิง (Book of Changes) ถ่ายทอดแนวคิด “หนึ่งหิน หลากรูปแบบ” (one stone, endless forms) หนึ่งในปรัชญาโบราณของจีน เพื่อยกระดับหินธรรมชาติสู่ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่ควรค่าแก่การสะสม โดยทุกชิ้นงานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดรับกับพื้นที่และบรรยากาศการใช้งาน ที่ให้กลิ่นไอความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวาของหิน พร้อมถ่ายทอดความงามที่อ่อนช้อยตามแบบฉบับสุนทรียศาสตร์ตะวันออกร่วมสมัย ได้แก่

  • Scala เชิงเทียนที่มีความโดดเด่นด้วยความยืดหยุ่นที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างอิสระ
  • Equilibrio แจกันที่มีดีไซน์สะท้อนความสมดุลระหว่างความโค้งมนของท้องฟ้ากับผืนแผ่นดินเหลี่ยมตามปรัชญาจีน ผ่านมิติของมุมและการแบ่งชั้นที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างอิสระ
  • Orlo ถาดหินหกเหลี่ยมที่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ภายใต้โครงสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่ตายตัว
  • Velato ถ่ายทอดความพลิ้วไหวของผืนผ้า ผ่านการตีความหินให้มีความนุ่มนวล สะท้อนความสง่างามแบบตะวันออก
  • Roma Collection ถ่ายทอดความวิจิตรของสถาปัตยกรรม สู่สุนทรียะแห่งการใช้ชีวิต

อันเดรีย โบนินี นำเสนอคอลเลกชัน Roma” กับการหยิบยืมความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมในกรุงโรมที่สั่งสมมายาวนานนับพันปี ตีความใหม่สู่การตกแต่งภายในร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นเส้นโค้งอ่อนของฐานเสา จังหวะของซุ้มโค้ง หรือคิ้วบัวที่สะท้อนไปตามแสงในแต่ละช่วงเวลา โดยเลือกใช้แนวทางการออกแบบที่แตะต้องความโดดเด่นของวัสดุให้น้อยที่สุด ส่งผลให้คอลเลกชันนี้นำเสนอรูปทรงที่เรียบง่ายแต่สมดุล ผ่านชิ้นงานหลากหลายประเภท อาทิ แจกัน เชิงกำยาน เชิงเทียน และโต๊ะกาแฟ เสมือนยกความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าจากกรุงโรม มาอยู่ในชีวิตประจำวันและจับต้องได้

  • ASCENT ความพลิ้วไหวตามธรรมชาติจากลวดลายศิลา

วูดดี เหยา สะท้อนความเชี่ยวชาญในการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนและกลมกลืนไปกับบริบทแวดล้อมอย่างไร้รอยต่อด้วยคอลเลกชัน ASCENT” โดดเด่นด้วยการผสานความเป็นระเบียบแต่ก็ยืดหยุ่นไว้ในหนึ่งเดียว โดยใช้ลวดลายธรรมชาติของหินมาเป็นแกนหลักในการกำหนดสัดส่วน รูปทรง และเอกลักษณ์ของชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นแจกัน ที่รองแก้ว ชิ้นงานตกแต่งกลางโต๊ะ และภาชนะจัดวางแบบหลายชั้น โดยแต่ละชิ้นสามารถโดดเด่นได้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็ผสานเข้ากับองค์ประกอบโดยรวมได้อย่างลงตัว พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของพื้นที่ใช้งาน ซึ่งหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การสำรวจความสมดุล ความกลมกลืน และจังหวะ ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง สะท้อนถึงพลังชีวิตและความงดงามตามธรรมชาติของวัสดุได้อย่างลึกซึ้ง

II. YARDCOM x Steve Leung: เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง Landscape Collection

ถ่ายทอดสุนทรียะแห่งตะวันออก ผ่านการบรรจบกันของรูปทรง จิตวิญญาณ และธรรมชาติ

Landscape” ผลงานการพัฒนาเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งโดยความร่วมมือระหว่าง สตีฟ เหลียง และ YARDCOM โดยมี อันเดรีย โบนินี ร่วมรังสรรค์การออกแบบ ถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งตะวันออกที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่มนุษย์และสิ่งแวดล้อมหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างสงบสุข

คอลเลกชันดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ธรรมชาติของโลกตะวันออก ถ่ายทอดผ่านเส้นสายที่สะท้อนพื้นผิวของภูเขาและหิน พร้อมการออกแบบแบบโมดูลาร์ที่เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างหลากหลาย รองรับทั้งช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนส่วนตัว ไปจนถึงการสังสรรค์ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง สอดรับการพื้นที่และสไตล์การตกแต่งทุกรูปแบบ โดยแนวคิดการออกแบบไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบการจัดวางที่ตายตัว แต่เปิดให้พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามการใช้งานและผู้อยู่อาศัย ก้าวข้ามกรอบของเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์แบบเดิม สู่การสะท้อนวิถีชีวิตที่สมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ พร้อมถ่ายทอดการแลกเปลี่ยนเอกลักษณ์แบบตะวันออกกับตะวันตก และการผสานระหว่างความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งสร้างสมดุลใหม่ให้กับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง เชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสความงดงามของการหวนคืนสู่ธรรมชาติ

ทั้งนี้ ชื่อของคอลเลกชันยังได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างอักษรจีนแบบสามส่วน (triadic) สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ความสมบูรณ์แบบ และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่สิ้นสุด สอดคล้องกับแนวคิดโมดูลาร์ที่แบ่งสัดส่วนให้สามารถต่อยอดได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยคอลเลกชันแบ่งออกเป็น 4 ไลน์หลัก ได้แก่

  • Rock ออกแบบด้วยแนวคิดจากรูปทรงธรรมชาติของภูเขาและหิน ที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองหรือผสานรวมกันได้อย่างอิสระ
  • Sofas มีทั้งแบบเดย์เบด (daybed) และโซฟาใน 2 ขนาด โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งมนที่โอบรับสรีระ มอบความสบาย พร้อมห่วงจับสำหรับเคลื่อนย้ายได้สะดวก
  • Modular Planter Bench ม้านั่งอเนกประสงค์ที่ถูกออกแบบแบบโมดูลาร์ สามารถใช้เป็นกระบะปลูกต้นไม้หรือที่เก็บของได้ พร้อมเบาะรองนั่งสำหรับการพักผ่อน
  • Crystal แรงบันดาลใจจากหยดน้ำค้างยามเช้าและประกายของอัญมณี
  • Coffee Table & Side Table ผลิตจากเซรามิกเผาที่อุณหภูมิ 1,340 องศาเซลเซียส เคลือบและแต่งผิวสร้างลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์จากการเผา โดยช่างฝีมือผู้สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้วยเทคนิคอันเก่าแก่นานนับศตวรรษ
  • Aqua ผสานแรงบันดาลใจจากความงดงามของพืชน้ำเข้ากับบรรยากาศแบบโรงน้ำชา สะท้อนความกลมกลืนกับสายน้ำ และวิถีสุนทรียะแบบนักปราชญ์
  • Tea Table & Corner Table โต๊ะดีไซน์หกเหลี่ยมที่สามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางได้อย่างยืดหยุ่น ผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย ทนทานต่อสภาพอากาศ มีหลายระดับความสูงให้เลือก และสามารถซ้อนเก็บได้
  • Tea Chair & Stool เก้าอี้ในดีไซน์โค้งมนลื่นไหลดุจสายน้ำ มอบความสบายพร้อมถ่ายทอดจังหวะของพื้นที่อย่างลงตัว
  • Forest: พื้นที่พักพิงใต้เรือนยอดไม้ท่ามกลางขุนเขา
  • Pavilion: ผลิตจากไม้ Platinum Wood ซึ่งเป็นวัสดุเฉพาะของ YARDCOM ที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ผสานเทคนิคการต่อไม้แบบดั้งเดิมในโครงสร้างแบบโมดูลาร์ทรงสี่เหลี่ยม สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับหลากหลายพื้นที่ พร้อมม่านสำหรับกรองแสงและป้องกันฝน

ไฮไลต์การจัดแสดงที่ Moorgen New Milano Experience Centre

Moorgen x Steve Leung ส่ง “Godere” เข้าร่วมไลน์อัพคอลเลกชันโคมไฟอัจฉริยะ

ถ่ายทอดศิลปะแห่งซิการ์ผ่านแสงและเงา

Moorgen ผู้นำด้านสมาร์ทโฮมระดับโลก ร่วมกับ สตีฟ เหลียง เปิดตัว Godere” โคมไฟอัจฉริยะรุ่นล่าสุดในคอลเลกชัน Smart Accent Lamp Designer Series ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอัตลักษณ์อันสง่างามของซิการ์ ตัวโคมโดดเด่นด้วยโครงโลหะสีดำด้านโฉบเฉี่ยว ผสานฐานโปร่งแสงที่ซ่อนแถบไฟโทนอุ่นไว้ด้านใน เพื่อทอดเงาอันนุ่มนวลและขับเน้นความงดงามของเส้นสายอย่างเหนือระดับ พร้อมการออกแบบร่องวางได้รับการคำนวณมาอย่างประณีต เพื่อให้ทุกท่วงท่าในการหยิบใช้และจัดวางสะท้อนถึงสุนทรียภาพและรสนิยมอันภูมิฐาน เฉกเช่นการดื่มด่ำกับซิการ์ชั้นเลิศ เมื่อนำมาจัดแสดงร่วมกับ Salute” ผลงานรุ่นยอดนิยมจากปีที่ผ่านมา จะช่วยรังสรรค์บรรยากาศแห่งการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ผสานเสน่ห์สุดคลาสสิกของวิสกี้และซิการ์ให้กลมกลืน พร้อมยกระดับช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลายสู่มิติแห่งไลฟ์สไตล์ที่ลุ่มลึกและสง่างาม

ไฮไลต์การจัดแสดงที่ Sahrai Milano Showroom

Sahrai Milano x SLD • Andrea Bonini เปิดตัวคอลเลกชันพรม “Traces of Order”

นิยามใหม่แห่งสุนทรียศาสตร์พรมร่วมสมัย

Sahrai Milano แบรนด์พรมลักชัวรีจากอิตาลี ร่วมกับ SLD • Andrea Bonini เปิดตัวพรมคอลเลกชัน Traces of Order ภายใต้แนวคิด Inner Soul ชูความโดดเด่นของพรมในฐานะองค์ประกอบหลักของการออกแบบภายใน พรมทุกผืนได้รับการถักทอด้วยมืออย่างประณีตจากขนแกะนิวซีแลนด์และเส้นไหมธรรมชาติ พร้อมเทคนิคพื้นผิวแบบนูน เพื่อขับเน้นมิติสัมผัส การเล่นของแสงและเงา ตลอดจนรายละเอียดที่ซ้อนทับอย่างมีชั้นเชิง ด้วยผลงานการออกแบบของอันเดรีย โบนินี คอลเล็กชัน Trace of Order ได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิต โครงสร้าง และพื้นผิวเลเยอร์ ผสานโทนสีอบอุ่นนุ่มนวล สะท้อนบรรยากาศของที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์ และความสง่างามตามสไตล์งานศิลป์ต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านผืนพรม 4 ดีไซน์ ได้แก่

  • Modulus ความงามของเรขาคณิตและสัดส่วนแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก สะท้อนการออกแบบต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านแพทเทิร์นเรียบง่าย สื่อถึงจังหวะ ระเบียบ และความสมดุลในเชิงทัศนศิลป์
  • Jian ผสานแรงบันดาลใจจากระบบกริดของสถาปัตยกรรมตะวันออก ด้วยการใช้เส้นสายซ้อนทับและพื้นที่ว่าง ก่อให้เกิดลวดลายเชิงสถาปัตยกรรมที่ทั้งเคลื่อนไหวและเป็นระเบียบ
  • Atrium ถ่ายทอดแนวคิดของที่อยู่อาศัยในฐานะศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทาง การพบปะ และชีวิตประจำวัน ผ่านพื้นผิวนุ่มนวลและรูปทรงอ่อนช้อย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายอย่างมีระดับ
  • Vestige โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์จีนโบราณในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยนำความงามเชิงประวัติศาสตร์มาตีความใหม่ในมุมมองร่วมสมัย

ผู้สนใจสามารถติดตามผลงาน การออกแบบ และความเคลื่อนไหวของ SLD ได้ทางเว็บไซต์ https://www.sldgroup.com เฟซบุ๊กแฟนเพจ Steve Leung Design Group รวมถึงอินสตาแกรม @steveleungdesigngroup


เกี่ยวกับ Steve Leung Design Group Ltd.

บริษัท สตีฟ เหลียง ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด (Steve Leung Design Group Ltd. หรือ SLD) ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2540 โดยนายสตีฟ เหลียง สถาปนิก นักออกแบบภายใน และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ บริษัทได้เข้าสู่ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2543 และเป็นบริษัทด้านการออกแบบแห่งแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยจดทะเบียนในปี พ.ศ. 2561 (SEHK: 2262)

ปัจจุบัน SLD มีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ พร้อมสำนักงานสาขาในปักกิ่ง กว่างโจว กรุงเทพฯ โดฮา และมิลาน นับเป็นหนึ่งในบริษัทออกแบบภายในขนาดใหญ่ของเอเชีย ด้วยทีมนักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญกว่า 400 คน และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก จากผลงานในกว่า 130 เมือง ครอบคลุมฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และนานาประเทศ พร้อมรางวัลด้านการออกแบบและองค์กรระดับนานาชาติกว่า 250 รางวัล รวมถึงการจัดอันดับจาก Top 100 Giants Research โดย Interior Design Magazine สหรัฐอเมริกา ให้เป็นบริษัทออกแบบภายในอันดับ 1 ในหมวดที่อยู่อาศัย (Residential Category) ถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 21 บริษัทออกแบบภายในที่ดีที่สุดในโลก ในปี พ.ศ. 2564

SLD ขับเคลื่อนภายใต้ค่านิยม “Design Without Limits” โดยเชื่อว่าการออกแบบมีพลังในการก้าวข้ามขีดจำกัด และยึดมั่นในการออกแบบโดยยึดผู้คนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการร่วมมือและบูรณาการองค์ความรู้การออกแบบจากหลากหลายสาขา เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่อย่างต่อเนื่อง ตามพันธกิจและวิสัยทัศน์ในการเพิ่มมูลค่าโครงการ ยกระดับคุณภาพชีวิต ขับเคลื่อนสังคม และสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นด้วยการออกแบบ

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 SLD ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด “ยกระดับสู่ความทันสมัย นำเสนอความหลากหลาย และขยายสู่ระดับโลก” ผ่านการดำเนินงานของ 13 แบรนด์ในเครือ เพื่อให้บริการออกแบบคุณภาพสูงหลากหลายประเภท อาทิ ห้องตัวอย่าง สำนักงานขาย คลับเฮาส์ โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรมและร้านอาหาร พื้นที่เชิงพาณิชย์และสำนักงาน บ้านพักผู้สูงอายุ ตลอดจนสถานพยาบาลและบริการด้านสุขภาพ โดยมีบริการครอบคลุมทั้งการออกแบบภายใน บริการตกแต่ง ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับแบรนด์ตกแต่งบ้านระดับนานาชาติในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท อาทิ เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟตกแต่ง สุขภัณฑ์ ตู้ครัว มือจับประตู กระเบื้อง เป็นต้น

สำหรับผลงานเด่นของ SLD ในต่างประเทศ ได้แก่ Shangri-La Hotel at The Shard ในลอนดอน Park Mansion ในโตเกียว Yuan at Atlantis The Palm ในดูไบ The Capitol ในสิงคโปร์ และ YOO8 Serviced by Kempinski ในกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่โครงการในจีนแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ Mandarin Court และ Peking Mansion ในปักกิ่ง One Park Shanghai ในเซี่ยงไฮ้ The Landmark ในกว่างโจว One Shenzhen Bay ในเซินเจิ้น Mandarin Palace ในนานจิง Bay of Modern Art ในเซียะเหมิน Tonino Lamborghini Center ในเฉิงตู Cloud Valley ในซีอาน Crowne Plaza Sanya Haitang Bay Resort ในซานย่า รวมถึง McDonald’s CUBE Flagship Restaurants ในเฉิงตูและเซินเจิ้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการในมาเก๊า ได้แก่ The Londoner และ The St. Regis Bar รวมถึงในฮ่องกง อาทิ DUKES PLACE, The Hampton, 39 Conduit Road, Kau to HIGHLAND, Hyatt Regency Hong Kong (Sha Tin), Ta-ke และ HEXA เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.sldgroup.com

เกี่ยวกับ สตีฟ เหลียง ผู้ก่อตั้ง Steve Leung Design Group Ltd.

สตีฟ เหลียง (Steve Leung) เป็นสถาปนิก นักออกแบบภายใน และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกชาวฮ่องกง ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ในอุตสาหกรรมการออกแบบระดับนานาชาติ โดดเด่นด้วยผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะแห่งเอเชีย ผสมผสานสู่สไตล์ร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สตีฟยึดถือปรัชญาการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของยุคสมัย โดยมุ่งเน้นการสะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านงานสร้างสรรค์ นับแต่ก่อตั้งธุรกิจในปี พ.ศ. 2530 ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลด้วยการทลายกรอบแนวคิดดั้งเดิมและข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ โดยใช้กลยุทธ์การบริหารธุรกิจที่ผสานรากฐานอันแข็งแกร่งในจีนเข้ากับมุมมองระดับสากล ขับเคลื่อนให้ Steve Leung Design Group (SLD) เติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่บริษัทออกแบบภายในชั้นนำระดับโลก

ตลอดเส้นทางอาชีพ สตีฟยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคม โดยมุ่งใช้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการออกแบบและส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตัดสินในเวทีการออกแบบระดับโลกมากมาย อาทิ เวที Asia Pacific Interior Design Awards เวที iF Design Award (China) เวที Red Dot Design Award เวที China Property Awards และเวที iF Communication Design Award

ในด้านบทบาทการบริหารองค์กรระดับนานาชาติ สตีฟสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นชาวจีนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธาน International Federation of Interior Architects / Designers (IFI) ระหว่างปี พ.ศ. 2560–2563 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารคณะกรรมการออกแบบของ China National Interior Decoration Association (CIDA) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 รวมถึงดำรงตำแหน่งรองประธานของ Hong Kong Design Centre (HKDC) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2557 สตีฟได้ร่วมกับกลุ่มนักออกแบบชั้นนำจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ก่อตั้ง “C Foundation” เพื่อวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมและการศึกษาด้านการออกแบบในประเทศจีน และด้วยคุณูปการที่เขามีต่อวงการตลอดมา ในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจึงได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Bronze Bauhinia Star (BBS) เพื่อยกย่องความเป็นเลิศในการพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ และความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่

เกี่ยวกับ อันเดรีย โบนินี

อันเดรีย โบนินี (Andrea Bonini) นักออกแบบภายในและผลิตภัณฑ์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก เกิดที่เมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี เมื่อปี พ.ศ. 2528 ภายหลังสำเร็จการศึกษาจากสถาบันมารังโกนี (Marangoni Institute) ณ เมืองมิลาน ได้ก่อตั้งสตูดิโอออกแบบของตนเองในปี พ.ศ. 2557 และเริ่มร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูชั้นนำมากมายของอิตาลี ผลงานของเขาได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวางในระดับสากล การันตีด้วยรางวัลจากเวที Salone del Mobile และได้รับการเผยแพร่ในนิตยสารดีไซน์ชั้นนำระดับโลก โดยในปี พ.ศ. 2562 ได้รับเกียรติจากนิตยสาร Architectural Digest Italia ให้เป็นหนึ่งใน “Seven for the Future” หรือนักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้มีแนวคิดที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุด

ปรัชญาการออกแบบของโบนินีมุ่งเน้นการถ่ายทอดความสุนทรีย์และบรรยากาศแห่งความหรูหรา ผ่านรูปทรงที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียดอันประณีต ผลงานแต่ละชิ้นคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรูปลักษณ์ วัสดุ และงานฝีมือชั้นสูง ก่อเกิดเป็นชิ้นงานลิมิเต็ด ที่สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับผู้ใช้งานได้อย่างลึกซึ้ง จากภูมิหลังครอบครัวที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโลหะ ประกอบกับสภาพแวดล้อมในวัยเยาว์ที่รายล้อมด้วยแหล่งหินอ่อนอันอุดมสมบูรณ์ จึงมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการผสานวัสดุเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการชูความงดงามที่แท้จริงของเนื้อวัสดุและร่องรอยตามธรรมชาติ

โบนินีมีผลงานการออกแบบที่หลากหลายครอบคลุมทั้งในอิตาลี จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศศ โดยร่วมงานกับบริษัทที่มุ่งเน้นคุณภาพงานฝีมือระดับศิลปิน รวมถึงเปิดสตูดิโอจัดแสดงผลงานที่ย่าน Via Montenapoleone กลางเมืองมิลาน ทุกชิ้นงานของโบนินีถือเป็นการพิสูจน์ถึงความสามารถในฐานะศิลปิน ที่ผสานความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเข้ากับความสง่างามร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

เกี่ยวกับ วูดดี เหยา

วูดดี เหยา เป็นผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ KTWY ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2568 และยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการออกแบบโครงการพิเศษให้กับ Zaha Hadid Architects โดยในปี พ.ศ. 2567 ได้รับเลือกให้เป็น Fellow จาก International Federation of Architects / Designers (IFI) ผลงานของเขาครอบคลุมทั้งสถาปัตยกรรม นิทรรศการ และการออกแบบผลิตภัณฑ์

วูดดี เข้าร่วมงานกับ Zaha Hadid Architects ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญระดับโลกมากมายที่ได้รับรางวัล รวมถึงโครงการแลนด์มาร์กและสถาบันวัฒนธรรมชั้นนำในยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ.2557 – 2567 โดยวูดดีดำรงตำแหน่งร่วมบริหาร Zaha Hadid Design ดูแลและกำกับพอร์ตโฟลิโอระดับโลก ครอบคลุมงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ อินทีเรีย นิทรรศการ และความร่วมมือด้านการออกแบบเฉพาะทาง

ทั้งนี้ วูดดีได้รับการศึกษาจากฮ่องกง เอดินบะระ และ Architectural Association ในลอนดอน และยังคงทำงานในระดับนานาชาติ โดยร่วมมือกับสถาบันด้านวัฒนธรรมและแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก