เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ความสนุกในโรงภาพยนตร์ พร้อมแจกความน่ารักของน้องโกรกูให้แฟน ๆ ใจละลายอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “The Mandalorian and Grogu แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” ภาพยนตร์แอ็กชันผจญภัยฟอร์มยักษ์จาก Lucasfilm ผลงานล่าสุดของ Jon Favreau ผู้กำกับคนดังจาก Iron Man ที่พาผู้ชมออกผจญภัยครั้งใหม่ไปกับฉากแอ็กชันสุดมันและมิตรภาพสุดอบอุ่นของคู่หูแห่งจักรวาล นอกจากนี้อีกหนึ่งแรงดึงดูดสำคัญคือความคิ้วต์เกินต้านของน้องโกรกู ที่ทำให้ภาพยนตร์ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจนทำรายได้ในไทยมุ่งหน้าสู่ 50 ล้านบาทไปแล้ว ซึ่งเบื้องหลังการทำให้ตัวละครตัวนี้มีชีวิตขึ้นมา ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา น่าทึ่งไม่แพ้ภาพที่เห็นบนจอภาพยนตร์เลยทีเดียว

ถ้าได้ดู “The Mandalorian and Grogu แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ความคิ้วต์ของเจ้าจิ๋วตัวเขียวที่มาพร้อมตาใสแป๋ว ท่าทางขี้สงสัย และมักจะออกมาขโมยซีนความเท่ของแมนโดอยู่บ่อย ๆ ได้อย่างแน่นอน เพราะขนาดเพื่อนนักแสดงอย่าง Sigourney Weaver ยังออกปากว่า “ฉันตกหลุมรักโกรกู มีหลายเหตุผลที่ทำให้คุณรับงาน ๆ หนึ่ง และก็มีหลายเหตุผลที่ทำให้ฉันเลือกงานนี้ แต่เหตุผลลับจริง ๆ คือฉันอยากอยู่ใกล้โกรกู” เธอเผยพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเล่าถึงเรื่องจริงในกองถ่ายว่า “ฉันรู้ว่ามีคนอยู่รอบตัวเขาเต็มไปหมด แต่สิ่งที่ฉันเห็นมีแค่ใบหน้าเล็ก ๆ ดวงตาน้อย ๆ และเสียงเล็ก ๆ ของเขาเท่านั้น”
ความจริงเบื้องหลังความน่ารักของโกรกู ผู้กำกับ Jon Favreau เล่าว่า แนวคิดแรกเริ่มของเจ้าตัวจิ๋วเกิดจากภาพสเก็ตช์ง่าย ๆ ที่ Dave Filoni ผู้ร่วมเขียนบทและโปรดิวเซอร์ วาดลงบนกระดาษเช็ดปากระหว่างนั่งเครื่องบิน ก่อนที่ทีมออกแบบจะนำไปพัฒนาต่อ และส่งให้ Legacy Effects สร้างออกมาเป็นหุ่นพร้อมระบบ Animatronics ที่ละเอียดระดับขยับทุกอารมณ์ได้อย่างสมจริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของภารกิจความคิวต์ระดับจักรวาล ซึ่ง J. Alan Scott ผู้ร่วมก่อตั้ง Legacy Effects เผยว่า มีศิลปินและช่างเทคนิคเกือบ 100 คนร่วมกันสร้างโกรกู ตั้งแต่งานปั้น การออกแบบดิจิทัล การทำแม่พิมพ์ การลงสี ไปจนถึงรายละเอียดของผิวหนังและดวงตา และเมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง ความซับซ้อนยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะโกรกูมีเซอร์โวหรือมอเตอร์ควบคุมการเคลื่อนไหวราว 30 จุด ต้องใช้ทีมเชิด 4-5 คน หรือมากกว่านั้นต่อหนึ่งฉาก พร้อมสื่อสารกันแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ทุกการหันหน้า กะพริบตา หรือเอียงหัว ดูเป็นธรรมชาติที่สุด



ดังนั้นเบื้องหลังการทำให้เจ้าหนูน้อยโกรกูมีชีวิตจึงเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะการแสดง วิศวกรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง ทุกฉากต้องคำนึงถึงทิศทางสายตา จังหวะการเคลื่อนไหว การควบคุมจากทีมเชิด และเวลาสำหรับรีเซ็ตการแสดงแบบเรียลไทม์ เรียกได้ว่าทุกแผนกในกองถ่ายต้องช่วยกันรักษาภาพลวงตาให้ผู้ชมเชื่อว่า โกรกูมีชีวิตจริง แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ เมื่ออยู่ในกองถ่ายโกรกูทำให้ทีมงานทุกคนลืมไปเลยว่าเขาคือหุ่น แน่นอนว่ารวมถึง Sigourney Weaver ที่ตกหลุมรักโกรกูเข้าอย่างจัง จนมักเข้าไปพูดคุย อุ้ม หรือถ่ายรูปกับเขาอยู่เสมอ และถึงขั้นเสนอเองว่าอยากมีฉากร่วมกับเจ้าหนูตัวนี้มากขึ้น ซึ่งทีมงานก็หยิบโมเมนต์นั้นไปต่อยอดในภาพยนตร์ด้วย และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ใน Call Sheet หรือเอกสารลำดับนักแสดงของกองถ่าย จัดชื่อของโกรกูไว้ในลำดับที่ 2 รองจากนักแสดงนำอย่าง Pedro Pascal ราวกับว่าเขาเป็นนักแสดงคนหนึ่งจริง ๆ

ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดของทีมงาน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เสน่ห์ของโกรกูจะส่งผ่านออกมาทางหน้าจอได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความน่ารักน่าเอ็นดู และเผลอยิ้มตามทุกครั้งที่ได้เห็น ใครคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะจัดเต็มความแอ็กชันเพียงอย่างเดียว ขอท้าให้ลองไปพิสูจน์ความตะมุตะมิของโกรกูในโรงภาพยนตร์ แล้วจะตกหลุมรักเจ้าจิ๋วตาแป๋วที่มาพร้อมพลังอันยิ่งใหญ่แบบไม่รู้ตัว ซื้อตั๋วแล้วไปอินกับ “The Mandalorian and Grogu แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และระบบ IMAX
โซเชียลมีเดีย:
Website: www.starwarscelebration.com
X: @StarWarsTH
Instagram: @starwarsthailand
Facebook: @StarWarsTH
Youtube: @StarWarsThailand
