การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา (Case Study) จากตะวันตกมากเกินไปทำให้บัณฑิตไทยขาดความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่แท้จริงในตลาดไทยและเอเชีย เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่การศึกษาด้านธุรกิจในไทยอาศัย case study จากตะวันตกเป็นหลัก และผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าสิ่งนี้ก่อให้เกิดความไม่สอดคล้องส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างองค์ความรู้ในห้องเรียนกับความเป็นจริงที่ผู้บริหารต้องเผชิญในการปฏิบัติจริง

อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาด้านธุรกิจ

ดร. พร้อม อุดมเดช ผอ.สำนักบริหารหลักสูตรสถาปัตยกรรมสหวิทยาการนานาชาติ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “ปัจจุบัน การศึกษาด้านธุรกิจในประเทศไทยยังขาดแคลนความรู้ด้านการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างและการออกแบบอยู่มาก เรายังขาดกรณีศึกษาเฉพาะของไทยในภาคส่วนเหล่านี้ ซึ่งหมายความว่าองค์ความรู้ที่สำคัญนี้มักขาดหายไปจากหลักสูตรการศึกษาด้านธุรกิจ” เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายนี้ SMU จึงได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในไทย โดยสนับสนุนการพัฒนา case study ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและอิงจากสถานการณ์ทางธุรกิจที่เป็นจริงในเอเชีย เวิร์กช็อปล่าสุดที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้ผ่าน case study ของ SMU (Centre for Case Learning Excellence) ได้รวบรวมคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานจากภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรณีศึกษาที่สะท้อนบริบททางธุรกิจของประเทศไทย รศ. ดร. โอลิมเปีย ราเซลา ผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาด วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อสังเกตว่า “กรณีศึกษาที่ใช้ในการเรียนการสอนไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มศักยภาพเสมอไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดการเรียนการสอนกรณีศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง บรรยากาศในชั้นเรียนจะมีชีวิตชีวา เข้มข้น และสร้างสรรค์”

การสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและการเล่าเรื่อง

ในขณะที่ AI ถูกนำมาใช้ในกระบวนการค้นหาข้อมูลและตรวจแก้เนื้อหามากขึ้น นักการศึกษาเตือนว่าความเข้าใจเชิงมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนกรณีศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ดร. ฮาโววี โจชิ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเรียนรู้กรณีศึกษาของ SMU กล่าวว่า “กรณีศึกษาที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องและบริบท AI สามารถสนับสนุนกระบวนการนี้ได้ แต่ยังไม่สามารถทดแทนมุมมองของมนุษย์ที่จำเป็นต่อการทำให้เรื่องราวเหล่านี้มีชีวิตชีวาได้” ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการพัฒนา case study ที่เน้นไทยและเอเชียมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพความเป็นผู้นำและความพร้อมของกำลังแรงงาน ด้วยการบูรณาการความเป็นจริงทางธุรกิจในท้องถิ่นเข้ากับการศึกษา ประเทศไทยจะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเตรียมผู้นำที่มีทักษะการตัดสินใจที่จำเป็นในระบบเศรษฐกิจภูมิภาคที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ SMU ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำระดับโลกด้านการสอนโดยใช้กรณีศึกษา จาก Financial Times Research Insights Ranking 2025 และ The Case Centre Impact Index 2025 โดยหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของ SMU ได้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง ผ่านแนวทางการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์และการเรียนผ่านกรณีศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม


เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU)

มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย ก่อตั้งปี 2543 โดดเด่นด้านการวิจัยระดับโลกและการเรียนการสอนเชิงปฏิสัมพันธ์ เน้นการเรียนรู้ผ่านโครงการและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาผู้นำที่มีความรู้รอบด้านและมุมมองเชิงผู้ประกอบการ

SMU มีนักศึกษากว่า 13,000 คน ครอบคลุม 8 คณะหลัก และเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงหลักสูตรสหวิทยาการ โดยมุ่งเน้นงานวิจัยที่สร้างผลกระทบและความร่วมมือกับภาคธุรกิจและภาครัฐทั่วโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสิงคโปร์ซึ่งเอื้อต่อการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smu.edu.sg

เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (SMU) ในประเทศไทย

SMU Thailand เป็นสำนักงานตัวแทนของมหาวิทยาลัย Singapore Management University (SMU) ในกรุงเทพฯ จัดตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2566 เพื่อเป็นศูนย์กลางการสร้างความร่วมมือระหว่าง SMU กับภาคการศึกษา ธุรกิจ และอุตสาหกรรมในประเทศไทย

SMU Thailand สนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและประสบการณ์ระหว่างประเทศ ผ่านโครงการฝึกงาน การศึกษาดูงาน และกิจกรรมศิษย์เก่า รวมถึงการประสานความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยกับหน่วยงานในไทย พร้อมทั้งเป็นช่องทางเชื่อมโยงพันธมิตรที่สนใจร่วมงานกับ SMU
อีเมล: OCB@smu.edu.sg

ล่าสุด..